All posts by ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี

ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี ร่วมแบ่งปันสิ่งดีดี เพื่อสังคมแห่งความสุข นำพาสุขสู่สังคม มงคลชีวิต 38 ประการ เป็น "คุณธรรม" ที่หากยึดปฏิบัติแล้ว จะส่งให้ชีวิตพบเจอแต่ความสุข ความเจริญ คำว่า "มงคล" นั่นหมายถึง เหตุแห่งความสุข ความก้าวหน้าในการดำเนินชีวิต ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ให้พุทธศาสนิกชนได้พึงปฏิบัติ โดยนำมาจากบท "มงคลสูตร" ที่พระพุทธเจ้าตรัสตอบปัญหาเทวดาที่ถามว่า "คุณธรรมอันใดที่ทำให้ชีวิตประสบความเจริญ" โดยพระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า คุณธรรมนั้นนั่นก็คือ "มงคลชีวิต" ซึ่งก็มี 38 ประการ ๑. การไม่คบคนพาล ๒. การคบบัญฑิต ๓. การบูชาบุคคลที่ควรบูชา ๔. การอยู่ในถิ่นอันสมควร ๕. เคยทำบุญมาก่อน ๖. การตั้งตนชอบ ๗. ความเป็นพหูสูต ๘. การรอบรู้ในศิลปะ ๙. มีวินัยที่ดี ๑๐.กล่าววาจาอันเป็นสุภาษิต ๑๑.การบำรุงบิดามารดา ๑๒.การสงเคราะห์บุตร ๑๓.การสงเคราะห์ภรรยา ๑๔.ทำงานไม่ให้คั่งค้าง ๑๕.การให้ทาน ๑๖.การประพฤติธรรม ๑๗.การสงเคราะห์ญาติ ๑๘.ทำงานที่ไม่มีโทษ ๑๙.ละเว้นจากบาป ๒๐.สำรวมจากการดื่มน้ำเมา ๒๑.ไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย ๒๒.มีความเคารพ ๒๓.มีความถ่อมตน ๒๔.มีความสันโดษ ๒๕.มีความกตัญญู ๒๖.การฟังธรรมตามกาล ๒๗.มีความอดทน ๒๘.เป็นผู้ว่าง่าย ๒๙.การได้เห็นสมณะ ๓๐.การสนทนาธรรมตามกาล ๓๑.การบำเพ็ญตบะ ๓๒.การประพฤติพรหมจรรย์ ๓๓.การเห็นอริยสัจ ๓๔.การทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน ๓๕.มีจิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม ๓๖.มีจิตไม่เศร้าโศก ๓๗.มีจิตปราศจากกิเลส ๓๘.มีจิตเกษม

รู้จักฝุ่นพิษ PM 2.5 คืออะไร มาจากไหน การป้องกันและอาการ

สภาพอากาศประเทศไทยช่วงนี้ไม่ค่อยจะดีนัก มีข่าวมากมายเกี่ยวกับฝุ่นชนิดหนึ่ง หลายท่านคงได้ยินข่าวบ่อยๆ ในช่วงนี้ บล๊อค ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี มาอัพเดตข้อมูลกันครับ … ท้องฟ้าสีหม่น หลายๆ คนเข้าใจว่าเป็นหมอกควัน เนื่องจากสภาพอากาศที่อุณหภูมิสูงขึ้น แต่จริงๆ แล้ว หมอกดังกล่าวที่เห็นกลับเป็นมลพิษทางอากาศ ที่สูงเกินกว่ามาตรฐานและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ความผิดปกตินี้ จึงทำให้หลายๆ คนคงสงสัยว่า เจ้าฝุ่นละออง PM 2.5 คืออะไร? แล้วใส่หน้ากากอนามัยแบบไหนถึงจะป้องกัน ฝุ่นละออง PM 2.5 ได้

PM 2.5
ภาพจาก pixabay.com

PM 2.5 มีคำเรียกโดยทั่วไปว่า ฝุ่นละเอียด (Final Particles) จัดเป็นอนุภาคที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 2.5 ไมครอน มีแหล่งกำเนิดมาจากควันเสียของรถยนต์ โรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม ควันที่เกิดจากการหุงต้มอาหารโดยใช้ฟืน นอกจากนี้ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2), ไนโตรเจนออกไซด์ (NOx), สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ก็อาจเกิดปฏิกิริยา ก่อให้เกิดฝุ่นละเอียดได้เช่นกัน

ฝุ่นละออง PM 2.5 คือ ฝุ่นที่มีขนาดเล็กมากๆๆ เล็กกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางเส้นผมเราถึง 25 เท่า ยิ่งฝุ่นมีขนาดเล็กเท่าไหร่ เมื่อเราหายใจเอาฝุ่นเข้าไป มันก็จะเข้าปอดเราลึกมากเท่านั้น (ฝุ่นยิ่งเล็ก ยิ่งเข้าลึก) เมื่อฝุ่น PM 2.5 เข้าไปในปอด ปอดก็จะป้องกันตัวเองด้วยการห่อหุ้มฝุ่นเพื่อกำจัดออก จึงทำให้เกิดเป็นกลุ่มผังพืดในปอด ถ้าสะสมเป็นเวลานานก็จะทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจได้ เช่น โรคปอดอักเสบ และอาจก่อให้เกิดมะเร็งได้

ที่สำคัญก็คือ หน้ากากอนามัยทั่วไปไม่สามารถป้องกันฝุ่นละเอียดได้ หากจะเลือกซื้อหน้ากากอนามัยมาใช้งาน ควรเลือกหน้ากากอนามัยที่เป็นมาตรฐาน N95 ขึ้นไป (ซึ่งถ้าเป็นมาตรฐานสูงกว่านี้ ลักษณะหน้ากากส่วนใหญ่จะเหมาะกับการใช้งานในอุตสาหกรรมมากกว่า ใส่ในชีวิตประจำวัน) ในช่วงนี้ก็ขอให้ทุกคน หาหน้ากากอนามัยมาใช้งาน ระหว่างการออกเดินทางไปสถานที่ต่างๆ นอกบ้าน … มาตรฐานหน้ากากกรองอนุภาคของทางสหรัฐอเมริกา (42CFR Part 84) จะแบ่งตามประสิทธิภาพการกรอง (95, 99 และ 99.97%) และชนิดของไส้กรอง N (ไส้กรอกที่ไม่ทนต่อน้ำมัน), R (ไส้กรองที่ทนต่อน้ำมัน) และ P (ไส้กรองที่ใช้เมื่อมีน้ำมัน หรือไม่มีน้ำมันก็ได้)

การป้องกัน หน้ากากอนามัยแบบไหนที่ป้องกัน ฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ … หลักง่ายๆในการเลือกหน้ากากอนามัย ให้เราสังเกตุหน้าซองที่ระบุว่า สามารถป้องกันฝุ่นได้? และป้องกันฝุ่นผงขนาดเท่าไหร่บ้าง? หน้ากากที่มีประสิทธิภาพ สามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5ได้ คือ

  • หน้ากากกรองอนุภาค รุ่น R95 เป็นหน้ากากที่คนทำงานเกี่ยวกับพ่นสีหรือไอระเหยใช้กัน ป้องกันฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า PM 0.3 ยังได้
  • หน้ากากกรองอนุภาคเส้นใยไฟฟ้าสถิต ป้องกันฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า PM 0.3 ได้เหมือนกัน แถมยังป้องกัน ฟูมโลหะ ที่เกิดจากการเชื่อมตะกั่วบัดกรีได้อีกด้วย

ฝุ่นพิษ PM 2.5 เป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากๆ แล้ววันนี้ บล๊อค ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี ก็ขอแบ่งปันเรื่องราว และหวังว่าทุกท่านจะตระหนักถึงพิษภัยรอบตัว และเข้าใจถึงความน่ากลัวของ ฝุ่นพิษ PM 2.5 และช่วงนี้ ควรหลีกเลี่ยงการออกนอกอาคารหรือที่อยู่อาศัยหากไม่จำเป็น และ งดสูบบุหรี่ ดื่มน้ำสะอาดมากๆ ล้างมือและหน้าบ่อยๆ รักษาความสะอาดของที่อยู่อาศัย เมื่อมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ ผู้ป่วยโรคหอบหืดและผู้ป่วยโรคหัวใจ ควรพกยาติดตัวไว้ตลอดเวลา …

Advertisements

สมุนไพรลดความดัน สมุนไพรไทยใกล้ตัวรักษาโรค

สมุนไพรลดความดันโลหิตสูง สมุนไพรไทยหาง่ายใกล้ตัว โรคความดันสูงปัจจุบันมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ มากมาย … ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี ร่วมแบ่งปันสิ่งดีดี เพื่อสังคมแห่งความสุข วันนี้มาอัพเดตและแบ่งปันข้อมูลกับ สมุนไพรลดความดัน ว่ามีอะไรบ้าง?

สมุนไพรลดความดัน
ภาพจาก pixabay.com

สมุนไพรไทยใกล้ตัว จริงแล้วมีคุณสมบัติไม่แพ้ยาต่างชาติเลยทีเดียว มีสมุนไพรอะไรบ้าง และจะนำมาใช้อย่างไรจึงจะได้ผลดีที่สุด ไปติดตามกันเลย …

ขึ้นฉ่าย (คึ้นไฉ่) : ชาวเอเชีย (จีนและเวียดนาม) นิยมใช้คื่นไฉ่ เป็นยาลดความดันโลหิตมาประมาณ 2,000 ปี ชาวอินเดียใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ส่วนในประเทศไทย ใช้คึ่นไฉ่ทั้งต้นมาใช้เป็นยาลดความดันโลหิตสูง และขับปัสสาวะ

วิธีการกิน ควรเลือกต้นสดที่สะอาด แข็งแรง วิธีแรกคือ นำมาตำและคั้นเอาน้ำมาดื่ม อีกวิธีคือนำต้นสด 1-2 กำมาตำให้ละเอียด แล้วนำมาต้มกับน้ำจนเดือด จากนั้นกรองเอากากออก ดื่มก่อนอาหารครั้งละ 1-2 ช้อนตะ วิธีสุดท้ายง่ายที่สุด คือกินเป็นผักสดร่วมกับมื้ออาหาร

กระเทียม : วิธีการกิน ซอยกระเทียมสดประมาณครึ่งช้อนชา กินพร้อมอาหารวันละ 2-3 ครั้ง หรือจะใช้วิธีเคี้ยวสดหลังมื้ออาหารก็ได้ แต่ไม่ควรกินตอนท้องว่าง เพราะกระเทียมมีฤทธิ์ร้อนอาจทำให้แสบกระเพาะได้

กระเจี๊ยบแดง : การทดลองทางคลินิค จากการทดลองในสัตว์ ใช้สารสกัดด้วยน้ำของกลีบเลี้ยงฉีดเข้าเส้น พบว่ามีฤทธิ์ลดความดันโลหิต และขับกรดยูริค ส่วนการทดลองในคนพบว่า มีฤทธิ์ในการลดความดันโลหิตและขับปัสสาวะ ซึ่งพบการใช้กระเจี๊ยบเพื่อเป็นยาในหลายประเทศ เช่น กัวเตมาลา อียิปต์ เป็นต้น

ตามตำรายาไทยระบุว่า นอกจากกระเจี้ยบแดงจะช่วยลดความดันโลหิตสูงแล้ว ยังช่วยลดคอเลสเตอรอบ ลดไข้ และแก้อาการนิ่วได้อีกด้วย วิธีการกิน ใช้กลีบแห้งต้มน้ำ หรือชงน้ำร้อนดื่มเป็นชากระเจี้ยบ

กาฝากมะม่วง : เป็นไม้พุ่มปรสิตที่ขึ้นบนกิ่งไม้ใหญ่ โดยเฉพาะพบบ่อยบนต้นมะม่วง วิธีการใช้ ตำรายาไทยให้นำมาตากแห้ง หรือตากแล้วคั่ว จากนั้นนำมาต้มน้ำดื่มต่างน้ำชา ขณะที่บางท้องถิ่นนำต้นกาฝากสดทั้งกิ่งและใบมาต้มน้ำดื่ม ก็ทำได้เช่นกัน

บัวบก : การวิจัยทางเภสัชวิทยาพบว่า บัวบกมีสารสำคัญ คือ glycoside (asiaticoside, asiatic acid, Madecassic acid, Sitosterol, Hydrocotylene) ซึ่งพบว่ามีฤทธิ์ในการลดความดันโลหิต ขับปัสสาวะ อีกทั้งบัวบกยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และช่วยขยายหลอดเลือด แต่ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน

ตามตำรายาไทยทั่วไป นิยมใช้บัวบกบำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย ขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน แต่ในบางตำราก็นำมาใช้ลดความดันโลหิตสูงได้เช่นกัน วิธีการกินนำต้นสด 1-2 กำมาต้มกับน้ำ ดื่มแทนน้ำชา หรือกินสดร่วมกับมื้ออาหาร

ขิง Ginger ชื่อวิทยาศาสตร์ Zingiber officinale Roscoe จากงานวิจัยพบว่า ขิง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ช่วยลดความดันโลหิต และลดคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด

วิธีใช้ แนะนำให้รับประทานสดเป็นประจำพร้อมอาหารวันละ 3 เวลา หรือใช้ขิงสดฝานแล้วต้มน้ำทำเป็นน้ำขิงรับประทาน

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

เริ่มจากควบคุมการกิน

  • งดบุหรี่ ชากาแฟ น้ำอัดลม เหล้า
  • ลดปริมาณการกินเค็มจัด เผ็ดจัด หวานจัด ของทอด ของมัน
  • เพิ่มอาหารจำพวกผัก เช่น คึ่นช่าย
  • ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ

ตามมาด้วยการออกกำลังกาย

  • เดินให้มากๆ เช่น เดินไปทานข้าวแทนการนั่งรถ เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟท์ เดินไปกดน้ำแทนการเทจากกระติกส่วนตัว
  • ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องสัก 30 นาที เช่น เดิน จ๊อกกิ้ง ขี่จักรยาน

สุดท้าย นอนพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะ เป็นอย่างไรบ้างสำหรับข้อมูล สมุนไพรลดความดัน สมุนไพรไทยใกล้ตัวรักษาโรค ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านนะ ด้วยรักและห่วงใย พบกับข้อมูลดีดีอย่างนี้ในโอกาสต่อไปจ้า …

พลังชี่ คืออะไร? พลังงานแห่งชีวิต กระแสลมมงคลตามหลักฮวงจุ้ย

การเรียนรู้ศาสตร์ภูมิปัญญาตะวันออกเรื่องฮวงจุ้ยนั้น คำหนึ่งที่ต้องเคยได้ยินกันบ่อยๆ คือ พลังชี่ .. วันนี้บล๊อกณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี ขอแบ่งปันเรื่องราวเรื่องนี้กัน พลังชี่เป็นพลังจักรวาลที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับชีวิตเราไปจนกว่าเราจะหมดลมหายใจ และที่เค้าว่ากันว่า บ้านที่ดีต้องเป็นบ้านที่มีพลังชี่ หรือเปิดรับพลังชี่ ซึ่งก็หมายถึงการไหลเวียนของพลังชี่ต้องสะดวก ไม่มีสิ่งใดกีดขวางการไหลเวียนของพลังชี่ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านนั้นมีความสุข และสุขภาพดีไปด้วย …

พลังชี่ คืออะไร?
ภาพจาก pixabay.com

ชี่ ก็คือ สภาพแวดล้อมโดยรวมที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้อยู่อาศัย และผู้เกี่ยวข้องทุกคน

ชี่ (Chi) เปรียบได้กับ พลังงานแห่งชีวิต (Energy of life)

หากกระแสชี่ไม่สามารถไหลเวียนได้อย่างปลอดโปร่งทั่วถึงทุกมุมของบ้าน ผลที่ตามมาคือ ชีวิตมักมีเหตุขลุกขลัก ติดขัด อยู่เป็นอาจิณ โชคลาภยศจะเสื่อมถอย ความดีงามต่างๆ จะสูญหาย อาจเกิดเหตุเภทภัย หรือถูกร้องทุกข์กล่าวโทษ ที่หนักที่สุดก็คือ สุขภาพเริ่มเสื่อมโทรม หรือครอบครัวแตกแยกไม่มีความสุข

บ้านที่มีพลังชี่ที่ดี จะทำให้ผู้อาศัยมีโชคลาภ มีความสุข มีเกียรติยศชื่อเสียง ความรัก ความสำเร็จในกิจการงานที่ทำ ตลอดถึงมนุษย์สัมพันธ์ที่ราบรื่นกับบุคคลทั่วไป สุขภาพทั้งกายและจิตแจ่มใส

บ้านที่มีพลังชี่ ที่กดทับ ถูกขัดขวาง ปิดกั้น จะส่งผลให้เกิดการพลิกผันเพราะถูกพิฆาต ทำให้รายได้เป็นรายจ่าย มนุษย์สัมพันธ์ที่เคยมี กลายเป็นความก้าวร้าว ทะเลาะกัน เกิดการพลัดพราก ถูกร้องทุกข์กล่าวโทษ ทรยศ หักหลัง

บ้านที่มีพลังชี่ที่ดีต้องเป็นแบบไหน

  • บ้านต้องมีลมพัดผ่านได้สะดวก
  • ประตูหน้าบ้าน กับ ประตูหลังบ้าน อย่าตรงกัน
  • มีอะไรเสียหายรีบซ่อม
  • หมั่นทำความสะอาดบ้าน

เป็นอย่างไรบ้าง พลังชี่ คืออะไร? พลังงานแห่งชีวิต กระแสลมมงคลตามหลักฮวงจุ้ย หลักการง่ายๆ เกี่ยวกับการจัดบ้านให้มีพลังชี่เหล่านี้ คงเป็นประโยชน์สำหรับทุกคน แล้วพบกันใหม่กับ ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี ที่นี่ที่เดิม ^^

วิธีลดภาวะโลกร้อน (Global Warming) เพื่อโลกของเราที่น่าอยู่

วันนี้เรามีเรื่องราวดีดีมาแบ่งปันกันเช่นเคย ว่ากันด้วยเรื่องที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ด้วยตัวเราเองแบบง่ายๆ บล๊อกณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธีนำมาฝากกันครับ … เชื่อว่าทุกคนต้องทำได้อย่างแน่นอน ก่อนที่อากาศจะร้อนอบอ้าวไปมากกว่านี้ มาดูวิธีลดโลกร้อนง่ายๆ เริ่มทำได้จากที่บ้านของเราทุกคน เพื่อให้โลกของเราน่าอยู่และยังคงสวยงามไปนานแสนนาน

วิธีลดภาวะโลกร้อน
ภาพจาก pixabay.com

Global Warming – วิธีลดภาวะโลกร้อน

การลดภาวะโลกร้อนเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องช่วยกันทำ เราทุกคนก็ต่างมีส่วนที่ทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้น เพราะเพียงแค่เราหายใจอยู่เฉยๆ ก็ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาแล้ว ยังไม่รวมถึงกิจกรรมต่างๆ มากมาย ที่เราทำอยู่ทุกๆวัน ถึงเวลาที่เราต้องเลิกคิดว่าภาวะโลกร้อนไม่ใช่ธุระของเรา แล้วหันมาร่วมมือกัน ทุกคนต้องร่วมมือช่วยกัน

วิธีง่ายๆในการลดโลกร้อนเป็นเรื่องไม่ไกลตัวที่ทุกคนก็สามารถทำได้

1) ใช้ผ้าเก่าแทนทิชชู่

เพระผ้าเก่าๆจะนุ่มมือ ซับน้ำได้ดีแถมใช้เสร็จแล้วก็สามารถนำไปซักเพื่อกลับมาใช้ต่อได้ไม่ต้องเปลืองเงินและลดการตัดต้นไม้ได้อีกด้วย

2) ใช้กาต้มน้ำไร้สาย

เลือกใช้กระติกน้ำร้อนที่มีขดลวดความร้อนอยู่ด้านล่าง และตัดไฟได้อัตโนมัติ แทนการใช้กระติกน้ำร้อนทั่วไปที่ต้องเสียบปลั๊กไว้ทั้งวัน หรือต้มน้ำเท่าที่พอใช้ ก็ช่วยประหยัดไฟได้

3) ใช้เครื่องกรองน้ำ

เพราะจะช่วยโลกลดการใช้ขวดพลาสติกน้ำดื่มหรือหากต้องการประหยัดยิ่งขึ้นก็ใช้เครื่องกรองแบบที่ไม่ต้องเสียบปลั๊ก ลดการใช้ไฟฟ้าด้วย

4) ใช้ภาชนะแก้ว เซรามิก แทนพลาสติก

เพราะปัจจุบันนี้ราคาก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่แถมยังนำไปอุ่นได้อย่างสบายใจด้วย

5) ปลูกไม้ประดับดูดสารพิษ

เช่น ต้นแววมยุรา หมากเหลือง เยอบีรา บอสตันเฟิร์น เป็นต้น พืชเหล่านี้จะช่วยดูดสารพิษจำพวก ฟอร์มัลดีไฮด์,โซลีนได้ดีทำให้มีอากาศบริสุทธิ์ให้เราหายใจมากขึ้น จะปลูกตรงไหนในบ้านก็ได้ ยกเว้นในห้องนอน

ทุกวันที่ 5 มิถุนายนเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลกทุกปี หากเราช่วยกันทำสิ่งง่ายๆ จากที่กล่าวมา แค่นี้เราก็มีส่วนร่วมในการทำตัวมีประโยชน์มากกว่าอยู่ทำลายโลกไปวัน ๆ ได้แล้ว … แล้วพบกับเรื่องราวดีดีจาก ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี ในโอกาสต่อไป อย่าลืมติดตามกันนะจ๊ะ

วิธีคลายเครียด ผ่อนคลายสมอง ทำง่ายๆ แค่ไม่กี่นาที

วันนี้บล๊อก ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี มีเรื่องราวดีดีมาแบ่งปันกันเช่นเคย หลายคนตอนนี้อาจจะอยู่ในภาวะที่ หันไปทางไหนก็เจอแต่เรื่องเครียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องเงินทองค่าใช้จ่าย จนหลายคนเป็น “โรคเครียด” ไม่รู้ตัว หากใครไม่อยากเป็นแบบนี้ ต้องเรียนรู้ วิธีคลายเครียด ผ่อนคลายสมอง … ทำได้ไม่ยากมีอะไรบ้างมาดูกัน

ภาพจาก pixabay.com

ออกกำลังกาย ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า ต้องออกกำลังกายอย่างหนักเหมือนกับจะไปแข่งโอลิมปิก แต่การออกกำลังกายโดยการเดินเพียง 10 นาที จะได้ผลดีเหมือนการออกกำลังกายที่ใช้เวลา 45 นาทีทีเดียว เพราะการออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายได้ถึงสองถึงสามชั่วโมง ซึ่งการออกกำลังกายประมาณสามครั้งต่อสัปดาห์จะช่วยลดความเครียดได้

ออกไปข้างนอกบ้าน การออกไปข้างนอกบ้านไปสูดอากาศบริสุทธิ์นั้นเป็นการช่วยลดความเครียดได้ดีทางหนึ่งด้วย ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจลดลงความดันโลหิตเป็นปกติ อารมณ์แจ่มใส กล้ามเนื้อผ่อนคลาย อีกทั้งช่วยลดฮอร์โมนแห่งความเครียด

ทำสวน การทำสวนปลูกต้นไม้จะทำให้ร่างกายหลั่งสารฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา เช่น ปลูกต้นไม้ ดูธรรมชาติรอบตัว ทำให้ร่างกายได้รับการผ่อนคลาย การขุดดินและการปลูกต้นไม้จะเป็นการช่วยลดความเครียดได้ดีวิธีหนึ่ง

การมีเพศสัมพันธ์ สิ่งนี้อาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณคิดถึง แต่การมีเพศสัมพันธ์กับสามีหรือภรรยา จะทำให้ทั้งคู่มีความสุข และช่วยผ่อนคลายลดความเครียดได้ดีทีเดียว

การทำสมาธิ วิธีนี้จะเป็นวิธีที่ช่วยลดความเครียดได้ดี เพราะการทำสมาธิจะทำให้เรามีจิตใจจดจ่อกับการหายใจ ทำให้ความคิดและจิตใจไม่หมกมุ่นกับเรื่องที่วิตกกังวล และเมื่อจิตใจวอกแวกเริ่มมีความคิดวิตกกังวลกลับมาอีกการทำสมาธิก็จะทำให้จิตใจสามารถขจัดความเครียดนั้นออกไปได้

โยคะ การทำสมาธิสามารถทำได้ในหลายรูปแบบ การจัดท่าทางยืดตัวตรงโดยใช้กล้ามเนื้อ และอวัยวะส่วนต่างๆ ในเวลาเดียวกันทำให้ความสงบเกิดขึ้นโดยการกำหนดลมหายใจ สิ่งนี้จะทำให้การเต้นของหัวใจลดลงและมีการไหลเวียนโลหิตที่ดี ทำให้เรามีความกระวนกระวายใจน้อยลง

การฝังเข็ม สิ่งนี้จะช่วยให้เรามีความรู้สึกผ่อนคลาย แต่อย่าคิดถึงเข็มที่ฝังลงไปในเนื้อ ฝังเข็มจะใช้เข็มจำนวนมากมายปักลงในร่างกายของเรา การฝังเข็มจะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อและเส้นประสาทที่เครียดได้

การบำบัดด้วยน้ำมันหอม การใช้กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นดอกมะลิ ดอกกุหลาบ หรือกลื่นอื่นๆ จะช่วยทำให้เราสงบลง การที่เราหายใจเข้าและออกในขณะนวดและสัมผัสผิวกายด้วยน้ำมันหอมนั้น นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสารเคมีในสมองจะหลั่งและส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกได้

การนวดการบำบัด โดยการบีบ นวด ถู ดึง หรือขยับกล้ามเนื้อโดยใช้มือ นิ้วมือ ฝ่ามือ และข้อศอกหรือบางครั้งอาจจะใช้เท้าช่วยด้วย จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อที่ปวดเมื่อยได้รับการผ่อนคลายและช่วยคลายเครียด

การนอนหลับพักผ่อน เป็นการช่วยทำให้สมองได้กลับมาแจ่มใสอีกครั้ง และสามารถมีสมาธิจดจ่อลดความกังวลได้ ดังนั้น เราควรนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพออย่างน้อย 7 – 9 ชั่วโมงเป็นประจำทุกวัน การเข้านอนตรงเวลาและตื่นขึ้นตรงเวลาเป็นประจำและการจัดห้องนอนให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม ไม่มีทีวี หรือมีคอมพิวเตอร์วางไว้ในห้องนอน และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เราหลับสบายและไม่เครียดได้

จำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประมาณหนึ่งถึงสองแก้วอาจจะช่วยให้เราผ่อนคลายได้ แต่การดื่มมากเกินไปจะทำให้สมองทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควรและมีความกระวนกระวายเพิ่มมากขึ้นด้วย

จัดความสำคัญของการทำงาน ลองคิดดูว่าอะไรความสำคัญก่อนหลังและเขียนสิ่งต่างๆ ที่ต้องทำลง จดบันทึกสิ่งที่ต้องทำจะช่วยให้ง่ายต่อการทำงาน และทำให้เรามีจุดสนใจในการทำสิ่งต่อๆไปได้โดยไม่วิตกกังวลทั้งยังช่วยให้เราเรียงลำดับความสำคัญก่อนหลังได้ด้วย

จดบันทึกประจำวัน การจดบันทึกจะทำให้เราทราบถึงสาเหตุของความกังวลใจของเราว่ามาจากที่ไหน อาจเป็นเรื่องงาน เรื่องโรงเรียน หรือเกิดจากการดื่มกาแฟมากเกินไป อาจจะเกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกหิว หรือเมื่อเราเริ่มทำงาน การเขียนสิ่งต่างๆนั้นลงไปจะทำให้เราทราบสาเหตุของความกระวนกระวายใจ เมื่อทราบแล้วเราก็สามารถจัดการกับต้นตอของปัญหาได้

สำหรับใคร อยากรู้ว่าตัวเองกำลังเครียดหรือเปล่า?ทดลองทำแบบประเมินความเครียดออนไลน์ ที่จัดทำขึ้นโดยกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้ที่ https://www.dmh.go.th/test/qtest5/

ใครที่กำลังเครียดอยู่ อย่าลืมเลือกใช้วิธีเหล่านี้มาบำบัดความเครียดกันนะ รับรองว่าจะต้องช่วยให้สภาพจิตใจคุณดีขึ้นไม่มากก็น้อย บล๊อก ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยเพื่อนๆ ได้นะจ๊ะ แก้เคลียดได้โดยไปต้องใช้ยาเลย แล้วพบกันใหม่กับสิ่งดีดีที่จะมาแบ่งปันครั้งต่อไปครับ ^^

วิธีเปลี่ยนตัวเองให้คิดบวก มองโลกในแง่ดี จะอมทุกข์ไปทำไมกัน?

คนคิดบวกในที่นี้หมายถึงคนที่มองโลกอย่างเป็นกลางไม่ว่าเรื่องนั้นจะดีหรือร้าย หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นคนมองโลกในแง่ดีก็ได้ … ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี ร่วมแบ่งปันสิ่งดีดี เพื่อสังคมแห่งความสุข ขอแชร์เรื่องราวดีดี วิธีเปลี่ยนตัวเองให้คิดบวก มองโลกในแง่ดี แล้วเราจะไม่เป็นคนที่อมทุกข์ตลอดเวลาอีกต่อไป

ภาพจาก pixabay.com

Our brains are programmed to pay attention to negative things.

อย่ามัวแต่โทษโชคชะตา

จำไว้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนแต่มีที่มาที่ไป มีเหตุและผลอยู่เสมอ ถ้ามัวแต่โทษโชคชะตา คุณจะไม่มีวันหาทางแก้ไขได้ แต่ถ้าคุณมองว่าปัญหาหรืออุปสรรคที่เจอ เป็นเรื่องที่เกิดจากความสะเพร่าของคุณเอง หรือเกิดจากคนอื่น คุณจะมีเหตุผล คิดหาทางแก้ไขไว้ปรับใช้ในครั้งหน้า

อยู่กับปัจจุบัน อย่ากังวลกับเรื่องที่ยังไม่เกิด

หลายครั้งที่คุณมักจะนอยไปกับเรื่องที่ยังไม่เกิด คิดวนไปวนมาว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดต้องมีแต่เรื่องแย่ๆ ทั้งๆที่ยังไม่มีเหตุการณ์ใดใดเกิดขึ้นทั้งนั้น การอยู่กับปัจจุบันจึงจำเป็นอย่างมาก คุณทำปัจจุบันให้ดี ให้เต็มที่ แล้วผลที่ตามมาก็จะดีเอง และที่สำคัญ ควรมีแผนสำรองอยู่ทุกครั้ง จะได้อุ่นใจว่าถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา จะแก้กันยังไงได้บ้าง

ฝึกให้เป็นคนยืดหยุ่นมากขึ้น

อะไรที่ตึงเกินไป ไม่ใช่เรื่องดี ควรฝึกเป็นคนที่รู้จักให้อภัย และยืดหยุ่นบ้าง ลดความคาดหวังและเผื่อใจให้เป็น บนฌโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ คนที่ปรับตัวได้ จะเป็นคนที่มีความสุขมากที่สุด

หันมาดูแลตัวเอง

บ่อยครั้งที่คุณมัวแต่ใส่ใจคนอื่น โฟกัสทุกอย่างที่ไม่ใช่ตัวเอง จนเกิดเป็นความเครียดสะสม ลองหันมารักตัวเอง ดูแลตัวเองให้มากขึ้น เริ่มจากออกกำลังกายก่อนเลย ลองเปลี่ยนทรงผม เปลี่ยนสไตล์การแต่งตัว หรืออาจจะหางานอดิเรกทำเพิ่มเติมอย่างเรียนภาษา เรียนทำขนม สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกมีความคุณค่ามากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าเลยล่ะ

ยิ้มเข้าไว้ สนุกกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ

มีความสุขกับเรื่องเล็กๆน้อยๆได้ คือจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการจะเป็น ผู้หญิงคิดบวก คุณจะเป็นผู้หญิงที่ใครๆก็อยากอยู่ใกล้ อยากพูดคุยด้วย เพราะคุณมีพลังบวกในชีวิต เพียงแค่เปลี่ยนความคิด ชีวิตคุณก็เปลี่ยนในทันที

ใครที่กำลังเป็นคนคิดลบอยู่ ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะ ถ้านำแนวคิดที่เราแนะนำไปใช้รับรองว่าคุณจะกลายเป็นคนที่คิดบวกอย่างแน่นอน และเมื่อคิดบวก คิดดี ก็จะนำพาสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตของเรา ทั้งเพื่อน คนรอบข้าง …

ประโยชน์จากการวิ่ง เพื่อสุขภาพที่ดี คุณอาจยังไม่รู้

การวิ่ง นอกจากช่วยให้ร่างกายแข็งแรงชีวิตยืนยาวแล้ว การ วิ่ง สร้างคุณประโยชน์อะไรให้กับคุณอีกบ้าง วันนี้ ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี จะมาเล่าให้ฟังกันว่า ประโยชน์จากการวิ่ง เพื่อสุขภาพที่ดี มีอะไรบ้าง วิ่งแล้วได้อะไร? …

ภาพจาก pixabay.com

การเดินและการวิ่งเป็นกิจกกรรมการออกกำลังกายที่ทำได้ง่าย และประหยัด ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมาย อาศัยเพียงแค่สถานที่วิ่งที่เหมาะสม อากาศถ่ายเทสะดวก การวิ่งยังเป็นกิจกรรมการออกกำลังกายที่ดีต่อระบบต่างๆ ทั้งภายใน และภายนอกร่างกายด้วย

ประโยชน์จากการวิ่งบ้าง?

ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นจากการสร้างภูมิคุ้มกันโรค กล้ามเนื้อแข็งแรง ช่วยเพิ่มไขมันชนิดดีแล้วลดไขมันชนิดเลว ลดความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิง โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง โรคกระดูกพรุน โรคภูมิแพ้ ช่วยให้หลอดเลือดแดงมีความยืดหยุ่น ทำให้หัวใจแข็งแรง ลดภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจหรือภาวะหัวใจวาย

ช่วยลดหรือควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากเป็นการเผาผลาญพลังงานได้มากอีกวิธีหนึ่ง แต่ต้องกระทำด้วยวิธีการวิ่งที่ถูกต้อง โดยเริ่มจากการวิ่งช้าๆ และใช้เวลาให้นานพอ ร่างกายจะได้ดึงเอาไขมันมาออกมาใช้เป็นพลังงาน

ผ่อนคลายความเครียดและช่วยปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น ด้วยการหลั่งสารเอนดอร์ฟินหรือสารแห่งความสุข ช่วยคลายกล้ามเนื้อ ทำให้รู้สึกสดชื่นและสงบมากขึ้น รักษาอาการซึมเศร้าได้ดี พร้อมกับปรับบุคลิกภาพให้ดูดีขึ้น

นอกจากสามประโยชน์หลักๆ ด้านบนที่กล่าวมาแล้ว ยังมีคนสรุปว่าการวิ่งยังมีประโยชน์อย่างอื่นอีก รวมได้ถึง 10 ประโยชน์เลยทีเดียว

  • ประโยชน์ที่ 1 : ความเครียดหายไป
  • ประโยชน์ที่ 2 : ได้เหงื่อ
  • ประโยชน์ที่ 3 : สมองไวขึ้น
  • ประโยชน์ที่ 4 : วิ่งให้ได้ 45 นาที เผาผลาญไขมันไปอีก 14 ชั่วโมง
  • ประโยชน์ที่ 5 : ข้อต่อไม่เสื่อมง่าย
  • ประโยชน์ที่ 6 : ลดความดันโลหิต
  • ประโยชน์ที่ 7 : สร้างกล้ามเนื้อ
  • ประโยชน์ที่ 8 : ลดคอเลสเตอรอล
  • ประโยชน์ที่ 9 : การวิ่งช่วยให้คุณมีเวลากับตัวเองมากขึ้น
  • ประโยชน์ที่ 10 : บุคลิกภาพดูดีมาก

การวิ่งนั้นไม่ว่าคนในกลุ่มใดก็มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ อาการบาดเจ็บ และ อาการหัวใจหยุดเต้นได้ อันเนื่องมาจากการวิ่งที่หนักเกินกำลังร่างกาย ขาดการฝึกฝนฝึกซ้อมที่สม่ำเสมอ และกลุ่มที่ไม่ทราบว่าตนเองป่วย หรือมีโรคประจำตัว ดังนั้นการกำหนดเป้าหมายในการวิ่งให้ชัดเจน จึงมีส่วนช่วยในการกำหนดการฝึกซ้อม และการเตรียมสภาพร่างกาย

สุดท้ายก่อนออกไปวิ่ง ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี ขอแนะนำว่าเลือกรองเท้าวิ่งที่เหมาะกับตัวเอง กางเกงวอร์มหรือกางเกงขาสั้นก็ได้หมด ถุงเท้าต้องใส่ด้วยเพราะเหงื่อออก ในรองเท้าจะสกปรก เสื้อกล้ามจะดีที่สุด แล้วก็ออกไปวิ่งกันได้เลย วิ่งวันนี้เพื่อสุขภาพที่ดีตลอดไป รักทุกคนเลย ^^